“ยูโรโพล” เผยไวรัสเรียกค่าไถ่ที่เริ่มโจมตีเมื่อวันศุกร์ ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 200,000 คนใน 150 ประเทศ พร้อมเตือนอาจมีเหยื่อเพิ่มในวันนี้ ซึ่งเป็นวันทำงานแรกของสัปดาห์
นายร็อบ เวนไรต์ ผู้อำนวยการสำนักงานตำรวจยุโรป หรือยูโรโพล ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ ITV ของอังกฤษ กรณีที่มีการระบาดของไวรัสเรียกค่าไถ่ ซึ่งเริ่มโจมตีทั่วโลกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 2 แสนราย ใน 150 ประเทศ แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า ใครอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่นี้
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า มีแนวโน้มที่เหยื่อจะเพิ่มจำนวนขึ้นอีกในวันนี้ ซึ่งเป็นวันแรกของสัปดาห์ที่ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มต้นทำงาน
ไวรัสเรียกค่าไถ่ที่ระบาดในครั้งนี้มีชื่อว่า “WannaCry” โดยมันจะเข้าไปควบคุมไฟล์ในคอมพิวเตอร์ด้วยการเข้ารหัส ทำให้ไม่สามารถเปิดได้ และบังคับให้เจ้าของไฟล์จ่ายเงินให้แก่แฮ็กเกอร์ด้วยเงินสกุลบิตคอยส์แรกเริ่มที่ราว 1 หมื่นบาท เพื่อแลกกับการปลดล็อกไฟล์ แต่ค่าไถ่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หากเจ้าของไฟล์ไม่ยอมจ่ายเงินตามระยะเวลาที่กำหนด
โดยรัสเซียและอังกฤษถือเป็น 2 ประเทศที่อยู่ในกลุ่มที่ได้รับความเสียหายจากการระบาดของไวรัสค่าไถ่ในครั้งนี้มากที่สุด
สำนักงานสาธาณสุขแห่งชาติ หรือ NHS จำนวน 48 แห่งในอังกฤษ และอีก 13 แห่ง ในสกอตแลนด์ ถูกไวรัสชนิดนี้โจมตี ส่งผลให้โรงพยาบาลบางแห่งต้องยกเลิกกำหนดการต่างๆ ของคนไข้ และส่งคนไข้ไปยังโรงพยาบาลแห่งอื่นๆ ที่ไม่ติดไวรัสแทน ขณะที่รัฐบาลต้องจัดประชุมฉุกเฉินเพื่อรับมือเรื่องนี้
กระทรวงมหาดไทยรัสเซีย ยืนยันว่า มีคอมพิวเตอร์ของกระทรวงจำนวน 1 พันเครื่อง ติดไวรัสเรียกค่าไถ่ รวมถึงระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ของการรถไฟแห่งรัสเซีย
ส่วนในภูมิภาคเอเชีย ก็มีหลายประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสเรียกค่าไถ่ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น จีน อินโดนีเซีย และประเทศอื่นๆ อีกจำนวนมาก รวมถึงประเทศไทยด้วย
มีรายงานว่า มหาวิทยาลัยหลายแห่งในจีนได้รับผลกระทบจากไวรัสเรียกค่าไถ่ ส่งผลให้มหาวิทยาลัยจำนวนกว่า 10 แห่ง ออกมาเตือนให้เจ้าหน้าที่และนักศึกษาอัปเดตวินโดว์ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ
ในอินโดนีเซีย มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ 2 แห่ง ตกเป็นเหยื่อของไวรัสเรียกค่าไถ่เช่นกัน จึงต้องติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ ซึ่งจะทำให้กระบวนการต่างๆ ล่าช้ากว่าปกติ
สำหรับวิธีการป้องกัน ไวรัสเรียกค่าไถ่ที่ระบาดในครั้งนี้ คือการอัปเดตระบบปฏิบัติการวินโดว์ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด โดยทางบริษัทไมโครซอฟท์ได้ปล่อยไฟล์อัปเดตที่สามารถป้องกันไวรัสเรียกค่าไถ่ได้ออกมาแล้วตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
Cr: mthai